ความเป็นมาของ Web Typography

บทความนี้จะเล่าถึงประวัติ ความเป็นมาของ web typography ครับ ซึ่งจริงๆ เกิดขึ้นมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมในสมัยนั้น จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง นักพัฒนาในสมัยนั้นมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร เชิญติดตามได้เลยครับ

ความเป็นมาของ Web Typography

เรื่องราวเกี่ยวกับ “web typography” หรือการใช้ font ต่างๆ บน www นั้น เกิดขึ้นมานานหลายสิบปีแล้วครับ ในยุคเริ่มแรก เรายังไม่สามารถไปควบคุมการแสดงผลของตัวหนังสือได้ ทำให้การแสดงผลจะขึ้นอยู่กับค่า settings ของ web browser นั้นๆ ครับ ต่อมาในยุคของ HTML2 ได้มี <font> เพิ่มเข้ามา ทำให้เราเริ่มกำหนด font ที่จะใช้แสดงผลได้บ้างแล้ว  แต่ติดปัญหาตรงที่ font ที่เราเลือกใช้ จะต้องถูกติดตั้งไว้ที่เครื่องของ user คนนั้นๆ ด้วย หลังจากนั้นไม่นานการใช้ <font> ก็ถูกแทนที่ด้วย CSS ครับ

ในปี 1998 CSS2 ได้เพิ่ม feature สำหรับ  font downloading เข้ามาครับ แต่กลับไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ ทำให้ feature นี้ ถูกตัดออกไปใน CSS2.1 อย่างไรก็ตาม Internet Explorer 4.0 ยังรองรับ feature นี้ครับ

font downloading ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งใน CSS3 ครับ หลังจากนั้น web browsers เจ้าอื่นๆ ก็เริ่มทยอยกันรองรับ feature นี้ ด้วยสาเหตุนี้เอง ที่ทำให้ web typography นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางมาจนถึงทุกวันนี้

แต่ก่อนเราใช้ได้แต่ “Web-safe fonts”

ในสมัยก่อนที่จะมี font downloading feature เราจำเป็นต้องเลือกใช้แต่ font ที่เป็น “Web-safe fonts” ครับ ซึ่งก็คือ font ที่มักถูกติดตั้งอยู่บนเครื่องทั่วๆ ไปนั่นเอง ตัวอย่างเช่น ชุด fonts ที่ถูกติดตั้งมาพร้อมกับ Microsoft Windows เป็นต้น

ข่าวดีเมื่อ @font-face กลายเป็นมาตรฐาน

หลังจากที่ font downloading feature ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน specification ของ CSS2.0 การใช้ font บนเว็บแพร่หลายมากขึ้น เราสามารถเลือกใช้ font ที่ไม่ได้ติดตั้งไว้ที่เครื่องของ user ได้ ผ่านทาง “@font-face rule” ซึ่งเป็นเหมือน “Identifier” หรือ “ตัวระบุ” ว่าเราอยากให้ font นั้นๆ ไปเรียกใช้ font file จากที่ไหน ไม่จำเป็นต้องอ่านจากเครื่อง “Local” อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การใช้ font ในลักษณะนี้ จะมีเรื่องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ตามมาด้วยเสมอ เนื่องจาก “font file” ซึ่งมีลิขสิทธิ์ ได้ถูกแนบเข้าไปกับหน้าเว็บนั้นๆ ด้วย การจะใช้ font แบบนี้ จึงต้องมั่นใจว่าเราได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ font นั้นๆ

ข่าวร้ายเมื่อแต่ละ Browsers รองรับ file format ที่ต่างกัน

Internet Explorer รองรับ font downloading feature มาตั้งแต่เวอชั่น 4.0 แล้วครับ ในสมัยนั้น Microsoft ได้สร้าง format ของ web fonts ขึ้นมาเอง ที่เรียกว่า “Embedded OpenType” หรือ “EOT” สาเหตุที่ Microsoft ได้สร้าง format นี้ขึ้นมาก็เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ของ font เนื่องจาก EOT ถูกออกแบบมาเพื่อให้การ copy นำไปใช้ต่อทำได้ลำบาก

หลังจากที่ font downloading feature ถูกนำกลับเข้ามาอีกครั้งใน CSS3 web browsers อื่นๆ เริ่มพากันรองรับมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัญหาอยู่ตรงที่แต่ละเจ้า กลับไม่รองรับ font file format ไปในทางเดียวกัน บ้างก็รองรับ Scalable Vector Graphics(SVG) บ้างก็รองรับ TrueType(TTF) หรือ OpenType(OTF) บ้างก็รองรับ Web Open Font Format(WOFF)

เขียน @font-face rule อย่างไร ให้ใช้ได้ Cross-Browser?

เนื่องจากเนื้อหาในหัวข้อนี้ค่อนข้างยาว สามารถติดตามต่อได้ที่บทความ “@font-face คืออะไร + วิธีทำให้ใช้ได้ Cross-Browser” ครับ

(Visited 1,477 times, 2 visits today)

Leave a Reply