Web Designer ตัวจริงเป็นอย่างไร ?

ทีมของเราต่างดีใจกันยกใหญ่ที่ไปได้งานทำเว็บไซต์ให้กับบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ด้วยขนาดของเว็บไซต์ที่ค่อนข้างใหญ่ และเวลาที่มีไม่มากนัก พวกเราจำเป็นต้องเร่งมือกันพอสมควร

ลูกค้าอยากมีเว็บขายของ

หลังจากที่บอสได้คุยกับลูกค้าเกี่ยวกับรายละเอียดของงาน ทีมจึงได้รู้ว่าลูกค้าต้องการจะทำเว็บขายของที่เน้นความน่าเชื่อถือ และยังสามารถรองรับสินค้าได้หลากหลายประเภทอีกด้วย หลังจากที่ร่วมมือกันสร้าง Wireframe ขึ้นมา บอสรีบให้ Web Designer ของทีม ลองออกแบบดู โดย Web Designer ของทีมจะมีอยู่ 2 คน ด้วยกัน เมื่อทั้งคู่ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งทีมจะช่วยกันดูว่างานของใครโอเคกว่ากัน

เมื่อทีมมี Designer ระดับเทพ

นายเก่งกาจ เป็น Designer ที่มีพรสวรรค์ เค้าใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมขึ้นมา เมื่อทั้งทีมได้เห็นผลงานอันสวยสดงดงามของนายเก่งกาจ ต่างก็ปรบมือชื่นชมกันยกใหญ่ พร้อมกับถามถึงผลงานของนายขี้สงสัย Designer อีกคน ว่าถึงไหนแล้ว

แต่ Designer อีกคนกลับขี้สงสัย

“ยังไม่เสร็จครับ” นายขี้สงสัยตอบกับทีมอย่างตรงไปตรงมา แต่บอสก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะว่ายังไม่ถึงกำหนด deadline ของงานในส่วนออกแบบอยู่แล้ว เมื่อประชุมเสร็จ นายขี้สงสัยก็เดินออกจากบริษัทพร้อมกับกระดาษปึกใหญ่ เพื่อนๆ ในทีมต่างสงสัยว่าเค้าจะไปไหน บอสบอกได้แต่เพียงว่าเค้าได้ขอลางานในช่วงบ่าย

เมื่อถึงย่านใจกลางเมือง นายขี้สงสัยยื่นกระดาษที่เค้าหอบมาให้กับคนที่เดินผ่านไปมาทีละคนๆ มันคือแบบสอบถามนั่นเอง! ในการออกแบบอะไรก็ตามเค้ามองว่าเค้าจะต้องรู้จักสิ่งนั้นๆ ให้ถ่องแท้เสียก่อน เค้าจะต้องรู้ให้ได้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน แล้วเค้าจะต้องแก้มันให้ได้ ในแบบสอบถามนั้น เค้าได้รวบรวมคำถามที่ยังค้างคาใจอยู่ ซึ่งล้วนเกี่ยบกับพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าตัวเค้าเองก็เคยใช้บริการเว็บประเภทนี้อยู่บ้าง แต่เค้าก็อยากรู้มุมมองของผู้ใช้งานคนอื่นๆ อยู่ดี เผื่อจะได้เห็นอะไรที่เค้าไม่เคยคิดมาก่อน

ค้นพบสิ่งใหม่ๆ

หลังจากที่เค้าได้นำผลที่ได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์ เค้าก็ได้ความรู้ใหม่ กลุ่มคนที่กำลังสนใจจะซื้อเสื้อผ้า สิ่งที่เค้าสนใจอันดับต้นๆ มักจะเป็นรูปภาพสินค้าแล้วก็ราคา ในทางกลับกัน กลุ่มคนที่สนใจจะซื้อคอนโด สิ่งที่เค้าสนใจอันดับแรกๆ กลับเป็นสถานที่ตั้ง เค้าพบว่าสินค้าประเภทต่างกันสามารถมีลำดับของเนื้อหาที่แตกต่างกันได้ เพื่อที่จะทำให้ผู้ใช้งานพบกับเนื้อหาที่เค้าต้องการได้เร็วที่สุด และเค้ายังพบอีกว่า ชื่อของผู้ขายสินค้าก็เป็นเนื้อหาที่ผู้ใช้งานหลายๆ คนให้ความสำคัญ เพราะมันจะช่วยให้สินค้ามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น หากผู้ขายคนนั้นมีคนมารีวิวในแง่ดี

สวยงาม หรือ ใช้ง่าย ?

นายขี้สงสัยนำความรู้ที่ได้มาปรับงานออกแบบของเค้า ไม่กี่วันต่อมา นายขี้สงสัยได้นำเสนองานของเค้าให้ทีมลองช่วยกันดู ถึงแม้ว่าในแง่ของความสวยงาม งานของนายขี้สงสัยออกจะดูเป็นรองงานของนายเก่งกาจอยู่บ้าง แต่ทุกคนในทีมต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าชอบงานของนายขี้สงสัยมากกว่า ลูกทีมคนหนึ่งบอกว่า “งานของนายขี้สงสัยใช้งานง่าย หาอะไรก็เจอ ไม่มีอะไรที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดเลย” ส่วนอีกคนก็บอกว่า “งานของนายขี้สงสัยเหมือนรู้ใจเราว่าเราต้องการอะไร  นี่ขนาดลองเล่นครั้งแรก แต่กลับรู้สึกเหมือนเคยใช้มานาน”

Web Designer ตัวจริง

ในที่สุด ทีมก็ตัดสินใจเลือกใช้งานออกแบบของนายขี้สงสัยด้วยเหตุผลสั้นๆ ก็คือ “มันใช้ง่ายกว่า” หากเราสังเกตดีๆ แล้ว จะเห็นว่าการออกแบบนั้นไม่ได้ยากอะไรเลย เพราะทุกคนเกิดมาล้วนต้องเคยเป็น users อยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องเคยเจอกับปัญหาต่างๆ มากมาย เพียงแต่เราต้องพยายามอย่ามองข้ามมันไปเท่านั้นเอง เวลาเราเล่นเว็บแล้วเราเจออะไรที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิด ให้เราลองคิดดูว่ามันสามารถทำให้ดีขึ้นได้มั้ย อย่างไร หากเราคิดว่าปัญหาที่เราเจอ อาจยังไม่ครอบคลุม ก็ให้เราลองถาม users คนอื่นๆ ดูว่าเค้าเคยเจอปัญหาอะไรบ้าง แล้วแก้เสีย เมื่อเราแก้ได้หมดแล้ว เมื่อนั้นงานของเราถึงจะเรียกได้ว่าเสร็จ นี่แหละ Web Designer ตัวจริง!

งาน Design จะเสร็จ
เมื่อไม่เหลือปัญหาอะไรให้แก้แล้ว

(Visited 11,033 times, 3 visits today)

22 Responses to “Web Designer ตัวจริงเป็นอย่างไร ?”

  1. เมม says:

    ทำไมนักออกแบบ 2 คนไม่ทำงานเป็นทีม คนเขียนเขียนจากประสบการณ์หรือจินตนาการ?

    • Siam HTML says:

      ทีมนี้อยากมีทางเลือกครับ designer 2 คน อาจจะออกแบบมาคนละแนวไปเลยก็ได้เพราะแต่ละคนสามารถไปในทางของตัวเองได้สุดๆ หากร่วมมือกันทำก็มีข้อดีนะครับ ตรงที่จะเห็นมุมมองที่กว้างขึ้น แต่หากมีความเห็นบางอย่างที่ไม่ตรงกัน มันก็๋อาจจะต้องลด/เพิ่ม บางส่วน ทำให้งานที่ออกมาจะครึ่งๆ กลางๆ เรียกว่าแต่ละวิธีต่างก็มีข้อดีข้อเสียของมันเองครับ

    • Sos Bangkruy says:

      งานออกแบบ website จะออกแบบ 2 คนยังไง ทำงานเป็นทีมยังไง ถ้าออกแบบตั้งแต่เริ่ม project กำหนด ci ใหม่่หมดส่วนใหญ่เค้าก็ให้ designer คนเดิมทำจนจบ project
      แต่บทความนี้เค้าสื่อว่าให้ designer 2 คน ออกแบบคนละแนว คนนึงทำสวยใช้ยาก คนนึงไม่สวยมากใช้ง่าย

      ถามเพราะอยากรู้ ไม่รู้ ไม่ได้อ่าน หรือ จินตนาการ ???

      • Siam HTML says:

        ต้องขอขอบคุณที่เข้าใจ “แก่น” ของบทความนี้ครับ
        หัวใจของบทความนี้คือ จริงๆ แล้ว Users ไม่ได้ต้องการเข้ามาดูกราฟิกดีไซน์ของเราครับ เค้าแค่เข้ามาหาสิ่งที่เค้าต้องการ แล้วก็ออกไป
        ดังนั้น เราควรออกแบบให้เค้าทำในสิ่งที่ต้องการให้สำเร็จได้ง่ายที่สุดก่อน จากนั้นค่อยทำให้มันดูสวยขึ้นครับ

  2. Peerapon says:

    คนนึงเก่ง UX อีกคนเก่ง Visual ทำไมไม่แบ่งงานกันทำอ่ะคับ

    • Siam HTML says:

      เข้าใจว่างานหน้า นายเก่งกาจ กับนายขี้สงสัย คงจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันมากขึ้นครับ

  3. timmo says:

    ลูกค้าชอบ จบ!

  4. Yu Uri says:

    เจ๋ง

  5. การรวบรวมข้อมูล ผมว่าไม่ค่อยง่ายเลยที่ user จะยอมเสียเวลามาตอบ ถ้าไม่มีอะไรแจก

    • Siam HTML says:

      จริงครับ เราอาจใช้หน้าตาหรือบุคลิกภาพช่วย (^0^)

      หรือไม่ก็เลือกทำเลที่มีกลุ่มเป้าหมายของเราเยอะๆ เช่น สถานศึกษา
      โอกาสได้คำตอบ น่าจะมีสูงขึ้นครับ

  6. งาน Design จะเสร็จ
    เมื่อไม่เหลือปัญหาอะไรให้แก้แล้ว

  7. ชอบบทความมากค่ะ อย่ามองข้ามuser

  8. ชอบบทความมากค่ะ อย่ามองข้ามuser

  9. ก้อเห็นกลับมาแก้ทุ๊กที น่าจะเป็นงานดีไซน์ต้องปรับปรุงเรื่อยๆ ตามการใช้งานและการเติบโตของลูกค้า

  10. ถ้าเกี่ยวกับเว็บก็ติดปัญหาตรง บราวเซอร์นี่หละครับ ออกแบบมาสวยแค่ไหน ไปเปิดกับ IE6-8 ก็แป๊กได้เหมือนกัน เพราะคนรุ่นก่อนติดการใช้งาน IE8 ซึ่งอยู่บน Windows XP แนะให้ไปใช้ FireFox กับ Chrome แทน ก็ดื้อ ให้ลง Windows 7 ซึ่งมี IE9 มาให้ ก็อ้างว่าต้องหัดใช้ Windows ใหม่อีกยากกว่าเดิม เพราะฉะนั้น การดีไซน์เกี่ยวกับเว็บต้อง คำนึงถึงกลุ่มคนรุ่นเก่าและรองรับเทคโนโลยีเก่าด้วยครับ

  11. ขึ้นอยู่กับ user และ ลูกค้า

  12. กำลังใจทีดีเลยน่ะครับ

  13. ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ครับ //ผู้ใช้นั้นไม่ใช่เรา

  14. ขอบคุณครับ บทความนี้ได้ความรู้และแนวคิดเพิ่มเลยครับ

    แวะมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ผมบ้างนะครับ http://www.tnt.co.th

  15. Krit Srit says:

    ถูกต้อง

  16. เขียนดีมากครับ อ่านแล้วเห็นภาพตามเลย

Leave a Reply to Fenris Stilinski